The Counf ท่านเคานท์ – การเสียดสีทางการเมืองอันดำมืดและเหนือจริงผ่านเงาปีศาจอมตะแห่งประวัติศาสตร์ชิลี
The Counf ท่านเคานท์ เรื่องย่อ ถ่ายทอดเรื่องราวของ ออกุスト ปิโนเชต์ อดีตผู้นำเผด็จการทหารชื่อกระฉ่อนแห่งชิลี ผู้ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้เสียชีวิตลงอย่างที่หน้าประวัติศาสตร์บันทึกไว้ แต่เขากลับซ่อนตัวตนและใช้ชีวิตอมตะอยู่ในคฤหาสน์เก่าแก่ผุพัง ณ จุดสิ้นสุดของทวีปอเมริกาใต้ ร่างกายที่ร่วงโรยตามสังขารเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการทรมานสังขารและความโดดเดี่ยว ขณะที่จิตวิญญาณกระหายเลือดและการคอร์รัปชันยังคงไม่เสื่อมคลาย ท่ามกลางบรรยากาศอันหนทบหนาวและวังเวง เขากลับต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญเมื่อเหล่าบริวารและคนรอบข้างต่างเริ่มมีความทะเยอทะยานหวังจะฮุบสมบัติและมรดกเลือดที่เขาซ่อนเร้นไว้ การเดินทางเข้าสู่ช่วงบั้นปลายชีวิตของปีศาจในคราบมนุษย์จึงเต็มไปด้วยความโกลาหล การหักเหลี่ยมเฉือนคม และความดำมืดของอำนาจที่กัดกินทุกชีวิตที่เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไม่มีวันหลุดพ้น
ภาพยนตร์ตลกร้ายเสียดสีการเมืองเรื่องนี้กุมบังเหียนการกำกับโดย Pablo Larraín ผู้กำกับมือฉมังที่ขึ้นชื่อเรื่องการตีแผ่ประวัติศาสตร์การเมืองผ่านมุมมองอันจัดจ้าน นำทัพนักแสดงมากฝีมือที่มาร่วมสร้างมิติอันลึกล้ำให้ตัวละครไม่ว่าจะเป็น Jaime Vadell, Gloria Münchmeyer และ Alfredo Castro ซึ่งแต่ละท่านต่างสวมบทบาทสะท้อนความน่าสะพรึงกลัวและด้านมืดของมนุษยชาติได้อย่างทรงพลัง ผลงานชิ้นนี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยงานภาพขาวดำอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความหม่นหมองและความเสื่อมสลายของยุคสมัยได้อย่างแยบคาย พร้อมตอกย้ำฝีมือการเล่าเรื่องที่กล้าหาญในการนำบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตีความใหม่ในรูปแบบของภาพยนตร์ตลกร้ายผสมผสานแฟนตาซีดาร์กคอมเมดี้
ความโดดเด่นของผลงานชิ้นนี้อยู่ที่การกล้าหยิบยกประเด็นแผลเป็นทางประวัติศาสตร์มานำเสนอผ่านมุมมองเหนือจริงได้อย่างเจ็บแสบและชาญฉลาด งานภาพขาวดำมีความประณีตสูงช่วยขับเน้นบรรยากาศความน่าอึดอัดและวังเวงของคฤหาสน์กลางทุ่งกว้างให้ออกมาทรงพลัง เคมีระหว่างนักแสดงรุ่นใหญ่ถ่ายทอดความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยว หวาดระแวง และเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวได้อย่างแนบเนียน ดนตรีประกอบและจังหวะการเล่าเรื่องช่วยบิ้วต์อารมณ์ขันแบบตลกร้ายออกมาได้อย่างถูกจังหวะ ทำให้ผู้ชมต้องขื่นขมไปพร้อมกับรอยยิ้มเยาะต่อความโลภของมนุษย์
ผลงานชิ้นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคอภาพยนตร์แนวศิลป์ ภาพยนตร์เสียดสีสังคม และผู้ที่ชื่นชอบงานดราม่าประวัติศาสตร์ที่มีการตีความอย่างสร้างสรรค์และลึกซึ้ง แม้เนื้อหาจะมีความเฉพาะตัวและต้องอาศัยการทำความเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์อยู่บ้าง แต่ความคุ้มค่าในการรับชมนั้นสูงมากเนื่องจากเต็มไปด้วยชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่เหนือชั้นและประเด็นชวนขบคิดที่ยังคงร่วมสมัยอย่างยิ่ง